wkkschool

โรงเรียนวัดเขียนเขต


You are not connected. Please login or register

ประสบการณ์นักชิม

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

เพื่อนๆ นักชิมนักช้อปทั้งหลาย คงจะรู้จักร้าน "โถพลู" ที่สวน จตุจักรกันดี
เพราะเป็นร้านที่ขึ้นชื่อว่าอาหารอร่อย ราคาก็พอไปไหว
แถมยังเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ใครไปช้อปที่สวนฯ
ถ้าไม่ได้ลิ้มลองอาหารที่นี่ก็ถือว่าไปไม่ถึงสวนฯค่ะ เราเอง +เพื่อน ๆ + ญาติ
ก็ชื่นชอบในรสชาติอาหารร้านนี้เช่นกัน แต่ไม่นึกไม่ฝันเลยค่ะ
ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่คาด ไม่ถึงเช่นนี้ วันนั้นเราไปกัน 3 คน คือ เรา แม่แฟน และเพื่อนของแม่แฟน อาหารที่พวกเราสั่งมีดังนี้ค่ะ
* ทอดมันปลากราย * ข้าวมันส้มตำ * ข้าวผัดสัปปะรด * ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ * น้ำดื่ม * น้ำมะพร้าว ประมาณว่า
หิวมากค่ะ เห็นอะไรน่าทานก็สั่ง ๆๆๆ วันนั้นเราได้โต๊ะด้านหน้าของครัวใหญ่ที่ไม่ใช่ห้องแอร์
และอยู่ระหว่างบริเวณที่ล้างจาน (ใครที่เคย ไปร้านนี้คงทราบดีว่า ร้านโถพลูเค้าจะมีที่นั่งแบ่งเป็นหลายๆ ส่วน
และห้องครัวก็จะมีหลายครัว ครัวผัด ครัวยำ ส่วนเตรียมเครื่องดื่มอะไรแบบนี้)
อาหารจานแรกที่ยกมาคือทอดมันปลากราย จานเล็ก ๆ น่ารัก ประดับประดาด้วยดอกกล้วยไม้
และผักแต่งจานสวยงามซึ่งก็มีทั้งแตงกวา กะหล่ำปลีซอย แครอท ประมาณนั้น ไม่แน่ใจนะคะ
จำไม่ได้ว่าเป็นผักดองหรือเปล่า ส่วนทอดมันนั้น มีประมาณ 5 ชิ้น จัดเรียงสวยอยู่ในมันทอด
ที่ทำเป็นกรวย ๆ หรือที่รู้จักกันในชื่ออาหารว่า"รังนก" (ก็คงทราบกันดีว่าที่โถพลูเค้าจะมีการจัดจาน
อาหารสวยงามน่ารับประทานมาก) อาหารจานแรกหมดไปอย่างรวดเร็วอร่อยมากๆ เลยค่ะ
ขอบอก แม้แต่ผักแต่งจานก็เกือบไม่เหลือแล้วแม่แฟนเรายังแอบชิม เจ้ารังนกนั่นด้วย
บอกว่าแข็ง ๆ ไปหน่อย สงสัยทิ้งไว้นาน แต่พวกเราก็แบคอมเพลนเล็กน้อยว่า
แพงจัง จานนิดเดียวเอง ตั้ง 100 บาทแน่ะ แต่ก็อร่อยดีนะ
วันนั้นคนเยอะมาก อาหารค่อนข้างนาน พวกเราก็นั่งเม้าท์กันไปถึงเรื่องต่าง ๆ
นั่งอีกสักครู่ใหญ่ๆ อาหารแต่ละอย่างก็ทยอยมาเสิร์ฟ พวกเราก็ก้มหน้าก้มตาทาน ไม่คุยแล้ว
จนอาหารหมด อิ่มกันได้ที่ ก็ถึงตอนนั่งย่อย พูดคุยกันถึงรสชาติอาหาร บริการ
ยังเอ่ยปากชมกันว่า อาหารอร่อย บริการก็ดี คนรับรายการยิ้มแย้ม คล่องแคล่ว
แถมยังพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย ร้านก็คนเยอะแยะ ฝรั่งมากินกันเต็มไปหมด
น่าอิจฉาเจ้าของร้านจริง ๆ เลย ประมาณนั้น
ในขณะที่พนักงานก็เริ่มเข้ามาเก็บจานออกไป พวกเราก็สอดส่ายสายตารอบ ๆ ร้านไปด้วย
ชี้โบ้ชี้เบ้ ประกอบการสนทนา นั่นเอง.......สิ่งที่พวกเราไม่คาดฝันว่าจะเห็น ว่าจะเกิด
ขอเล่าเป็นข้อๆ เลยนะคะ เห็นกันจะๆ ต่อหน้าต่อตา แบบนี้จริง ๆ ค่ะ
1.จานทอดมันฯ อันแสนโอชะของพวกเรา ถูกยกเข้าไปยังส่วนของการล้างจาน
ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่หนึ่งคน เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปลาย ๆ ภาพที่เราเห็นเผินๆ
คือ เค้าคอย - แยกอาหาร แยกขยะ หรือกวาดเศษอาหารทิ้งจากจานก่อนล้าง แต่ดูไปดูมามันไม่ใช่ค่ะ
พอสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า ตรงนั้นมันจะมีตระกร้าแบเหลี่ยม ทรงเตี้ย ใบเล็ก ใบใหญ่ อยู่หลายใบ
ทีเดียว แต่ละใบก็จะบรรจุสิ่งของต่าง ๆ กัน ที่เห็นก็มีดังนี้ค่ะ * รังนกทอด *
ผักแต่งจาน * กล้วยไม้ที่ใช้ประดับจาน * หลอดน้ำดื่ม * ขยะรวมจานทอดมันฯของพวกเราถูกยกไปวางแถว
ๆ นั้น พร้อม ๆ กับจานอาหารแต่ละประเภท จากแต่ละโต๊ะ ญ.คนดังกล่าวก็เริ่มทำการ "แยก"
กล้วยไม้ไว้ในตะกร้ากล้วยไม้ รังนกทอด หยิบมาดู ๆ เห็นว่าถูกหักเป็นชิ้น ๆ แล้ว ทิ้งไปในขยะรวม
ส่วนรังนกที่มาจากโต๊ะอื่นๆ ยังสภาพดีอยู่ รวมไว้ในตะกร้ารังนกด้วยกัน
2. ข้าวผัดสัปปะรด ลักษณะเวลาเสิร์ฟคือ เป็นข้าวผัด ที่อยู่ในลูกสัปป ะ รดที่ถูกผ่าซีกในแนวนอน
แล้วถูกควักเนื้อออกหมดแล้ว ประดับขอบด้วยกล้วยไม้ บัดนี้ เมื่อทานหมด จับเข้าส่วนล้างจาน
ถูกกระทำด้วยผู้หญิงคนเดิม กล้วยไม้ ถูกแยกไว้กับตะกร้าล้วยไม้ กวาดเศษข้าวผัดที่เหลือๆ ออก
นำสัปปะรดซีกนั้น แกว่ง ๆ จุ่มๆ ในะละมังที่มีน้ำอยู่แล้วนำไปรวมกันไว้กับสัปปะรด
ซีกอื่นๆ ในตะกร้าสัปปะรด
ตอนนี้พวกเราเริ่มมองหน้ากันตาปริบๆ สงสัยกับการกระทำนั้น ๆ ว่าเค้าทำอาไรเน้อ
3. น้ำมะพร้าว เวลาเสิร์ฟ ลักษณะคือ มาทั้งลูก แล้วเสียบหลอด
เมื่อทานหมด บัดนี้ ถูกนำมาตั้งรวมไว้ที่เดียวกัน ถูกผู้หญิงคนเดิม
นำหลอดออก แล้วมารวมกันไว้ในตะกร้าหลอด วางตั้งไว้สักพัก
มีผู้ชายคนหนึ่งมาหยิบเอาลูกมะพร้าวไป โอ้.........พระเจ้าจอร์ช น่าสะอิดสะเอียนมาก
เมื่อเห็นชายผู้นั้น นำลูกมะพร้าวดังกล่าว มาเปิดฝา
แล้วเทน้ำมะพร้าวที่บรรจุไว้ในขวดเข้าไป แล้วจัดแจงเสียบหลอด ปิดฝา
จิ้มด้วยกล้วยไม้ แล้วเดินหายลับตาไป คาดว่าน่าจะเอาไปเสิร์ฟผู้โชคร้ายสักคน
(ทั้ง ๆ ที่เราก็แงะเนื้อกินไปแล้ว 2-3 คำ)
ตะลึงค่ะ บอกได้คำเดียวว่าตะลึง ทั้งโต๊ะ อ้าปากค้างกันเป็นแถว หันกลับไปดู
ผู้หญิงด้านล้างจานกันแบบไม่ได้นัดหมาย
4.จานอาหารที่ผ่านการรับประทานยังทยอยกันมาไม่ขาดสาย ผู้หญิงคนนั้นก็ยัง ขะมักเขม้น
กับการ "แยก" วัตถุต่าง ๆ อย่างชำนาญไม่ว่าจะเป็น รังนกทอด ผักแต่งจาน ดอกกล้วยไม้
หลอด ลูกมะพร้าว ลูกสัปปะรด ฯลฯ ส่งต่างๆ ที่ยังดูไม่สึกหรอ เมื่อบางตะกร้าเริ่มมีจำนวนของมากพอสมควร
ก็จัดแงส่งเข้าครัว (ซึ่งตรงนั้นมันจะเป็นช่อง ๆ ไว้สำหรับผ่านสิ่งของกันระหว่างห้องครัวกับที่ล้างจาน)

ไม่ต้องเล่าต่อแล้วใช่มั้ยคะ ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่นึกไม่ฝันว่าจะ เกิดการรักษ์โลก
รีไซเคิลกันได้ถึงเพียงนี้ สิ่งที่รับประทานไปเมื่อตะกี้ แทบจะออกมาทางเดิมเลยค่ะ ท่านผู้อ่านที่เคารพรัก

พวกเรามองกันอยู่นานนนนนมากกกกก จนผู้หญิงคนนั้นเค้า เริ่มจะรู้สึกตัว
กิจที่ทำอยุ่เริ่มเป็นไปอย่างตะกุกตะกัก แบบว่า ไม่ค่อยรื่นน่ะค่ะ
ทำแบบเคอะเขิน จนเมื่อมีพนักงานเสิร์ฟเดิน เอาจานมาวางไว้ให้
เค้าก็เริ่มกระซิบกระซาบกัน แล้วก็หันมา มองพวกเรา
จนพวกเรามีความเห็นตรงกันว่า.....ถอยดีกว่า ไม่อาวดีก่า
แล้วก็เช็คบิล รีบออกมาจากที่นั่นทันใด

ค่าอาหารมื้อนี้ ตกราว ๆ 600 กว่า บาท จำตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ค่ะ
ยังคุยกันเลยว่าค่อนข้างแพงถึงแพงที่สุดกับการนำอาหาร "ขยะ" มาให้าน
หนำซ้ำการคิดราคาค่าอาหาร ยังบวกแวต (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เข้า ไปอีก 7 เปอร์เซ็นต์
ทำเหมือนเมืองนอกเลยค่ะ ระบบนี้ในเมืองไทยไม่ค่อยเห็น
นอกจากตามโรงแรมหรือภัตตาคารใหญ่ๆ ระดับอินเตอร์ ฯ

เดินกันออกมาจากร้านยังขนลุกอยู่ไม่หายกับพฤติกรรมดังกล่าว
พวกเราคิดกันว่า ไม่ใช่ตัวลูกจ้างหรอก ที่จะกล้าทำแบบนั้น ถ้าหากว่าเจ้าของร้าน ไม่สั่งให้ทำ
ไม่รู้จะหากำไรอะไรกันขนาดนั้นคะ ใช้วิธีสกปรกมากไปหรือเปล่า

เรื่องที่เราเจอนี้ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมานี้เองค่ะ
ตอนแรกกะว่าจะเข้ามาเล่าให้ชาวพันธุ์ทิพย์ฟังตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสักที ได้แต่เล่าให้เพื่อนฝูงคนรู้จักกันฟัง
ให้เค้าได้ ไปเล่าต่อ ๆ กัน

อ้อ......วันนั้นกลับบ้านกันไปตัวเรา ระหว่างทางกลับบ้าน ปวดท้องนิดหน่อย แบบมวน ๆ แต่ไม่เป็นไรมาก
เพราะปกติ เป็น คนธาตุแข็งส่วนแม่แฟนเราอายุ 60 แล้ว ท้องเสียทั้งคืนเลย แต่โชคดีที่ไม่เสียแบบหนัก ๆ
และเพื่อนของแม่แฟนจากที่ได้โทรฯ สอบถามอาการกันแล้ว ก็มีท้องเสียบ้างเหมือนกัน 2-3 ครั้ง


ยังนึกเสียดายอยู่ว่าวันนั้นไม่ได้ถ่ายรูปไว้
จะได้มาโพสต์ให้เห็นกันจะๆ ไปเลย มีแต่กล้องจากโทรฯมือถือ
ซึ่งไม่สามารถถ่ายเห็นในระยะนั้นได้

แต่คิดไปคิดมาอีกที ถ้ามีกล้องจริง ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะกล้าถ่ายหรือเปล่า กลัวถูกอุ้มค่ะ

เมื่อประมาณเดือนที่แล้วนี่เอง หลังจากที่เราได้เล่าเรื่องนี้ให้แก๊งค์เพื่อนสนิทเราฟัง เราก็ได้มีโอกาสไปเดินสวนฯ
อีกครั้ง เราก็เลยบอกเพื่อนๆ ว่า จำได้มั้ย เรื่องที่เคยเล่าให้ฟังเดี๋ยวเราจะพาไปดูสถานที่จริง ก่อนไปถึง
เราก็เตี๋ยมกับเพื่อน ๆ ว่า อะไรอยู่ตรงไหน ให้สังเกตอะไรส่วนไหนบ้าง

วันนั้นไปกันทั้งหมด 4 คนค่ะ รวมตัวเราด้วย ก็ทำเป็นว่า
เดินหลงกัน แล้วก็ไปหยุดรอกันตรงที่เกิดเหตุพอดี ก็สายตาใครสายตามันค่ะ
กวาดบรรยากาศรอบ ๆ กันใหญ่ เราเห็นแล้วก็ยังอดขำไม่ได้
ทำหน้าเหมือนคนหลงทางกันจริง ๆ เลย เราเองก็ยืนอยู่แถวๆ นั้นด้วยเหมือนกัน ก็เห็นแบบเดิม
ๆ เลยค่ะ เพื่อน ๆ เห็นแล้วต่าง ก็อุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า "แหวะ"

โชคร้ายที่วันนั้น ยังไม่มีใครทานข้าวกันไปเลย แล้วก็เลยไม่กล้าทาน้าวนอกบ้านเลยค่ะวันนั้น
ต้องหิ้วท้องกลับมาทำทานกันที่บ้านเข้าเรื่องต่อค่ะ หลังจากที่หมดแผนทำเปนหลงทางหาเพื่อนไม่เจอแล้ว

เราก็นัดกันว่า ให้เดินมาเรื่อย ๆ จนสุดร้าน ให้ไปจนถึงโซนที่เริ่มมีร้านขายของ
ให้ไปรอกันแถว ๆ นั้นนะ ( ตรงแถวนั้นร้านแรกจะเป็นร้านขายกระโปรงแนวแขก ๆ )
ซึ่งเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งไปถึงก่อนก็ยืนดูกระโปรงร้านนั้นอยู่ เมื่อเจอกันจนครบแก๊งค์
ก็เริ่มเม้าท์แตกกัน เจ้าของร้านเค้าก็ฟังอยู่ด้วย เค้าก็ถามขึ้นมาว่า "มีอะไรกันเหรอคะ"

เราก็เริ่มเม้าท์พฤติกรรมร้านโถพลูให้ฟังว่าอย่างโน้นอย่างนี้ พี่เค้าก็ทำ ปากจุ๊ ๆ แบบว่า
ให้หยุดพูด ตอนแรกเราก็งงๆ เอ๊ะ ทำไมเหรอ พี่เค้าก็ชี้ไปที่ข้างๆ ร้านช่องถัดไป
อ้าว.......กลายเป็นส่วนจัดเตรียมน้ำของร้านโถพลูซะงั้นโห อะไรมันจะขยายสาขาได้มากมากก่ายกอง

เราหันไปมอง เพื่อน ๆก็มองตามกันไป มีคนอยู่ในนั้น 2 คน คนหนึ่งเป็นคนเดินเสริฟและเก็บแก้ว
อีกคนหนึ่งเป็นคนตระเตรียมเครื่องดื่มไว้คอยท่า (จากการสังเกตค่ะ)อีกแล้วครับท่าน
ภาพที่เห็นนั้น มันน่าขยะแขยงอีกแล้วไม่นึกเลยว่าจะต้องเจอ

ดูข้อมูลส่วนตัว

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ