wkkschool

โรงเรียนวัดเขียนเขต


You are not connected. Please login or register

ประมูลไลเซ่นส์ 3จี โหวงเหวง เอกชนตบเท้ายื่นใบลา

Go down  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

Admin

avatar
Admin
เช็กกระแสประมูล 3 จี ล่าสุดก่อนดีเดย์ยื่นซองจันทร์ 30 ส.ค. เอกชนรายเล็กถอดใจ ขณะที่ 3 ค่ายมือถือยังอยู่ครบ ปล่อย กทช. ลุ้นตัวโก่งว่าจะมีรายที่ 4 หรือไม่ "ดีแทค-เอไอเอส" เริงร่ายิ้มรับ กทช.เลื่อนบังคับใช้ประกาศห้ามต่างชาติครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กทช.) ได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปรับปรุงร่างประกาศ กทช.ว่าด้วยการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว ซึ่งจะใช้เวลา 2-3 เดือนในการปรับปรุงแก้ไข ก่อนเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) อีกครั้ง ซึ่งมีผลให้ประกาศฉบับดังกล่าวต้องเลื่อนบังคับใช้ออกไปก่อนนั้น

นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า การเลื่อนประกาศของ กทช.ไม่ได้ส่งผลดีผลเสียต่อเอไอเอส เพราะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นแต่อย่างใด แต่จะส่งผลให้เกิดความถูกต้องชัดเจนและรอบคอบในการดำเนินการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวควรจะดำเนินการในภาพรวมให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรม น่าจะเป็นผลที่ดีกว่าการทำเฉพาะอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเท่านั้น และควรจะดำเนินการโดยภาครัฐ

ขณะที่นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าบริหาร กลุ่มกลยุทธ์และกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า การเลื่อนประกาศห้ามครอบงำโดยคนต่างด้าวถือเป็นผลดีต่อการประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) 3 จี ที่จะเกิดขึ้น เพราะมีความชัดเจนสำหรับผู้ที่จะยื่นประมูล 3 จี ทั้งนี้ ดีแทคยังคาดหวังว่ากฎระเบียบของ กทช.จะมีความยืดหยุ่นมากกว่าที่ผ่านมา ซึ่งในระหว่างการแก้ไขปรับปรุงร่าง ดีแทคก็พร้อมที่จะเสนอความคิดเห็นต่อเนื่อง

นายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีหุ้นหลายตัวที่มีการเข้ามาซื้อขายเก็งกำไรกันสูงมาก รวมทั้งหุ้นในกลุ่มสื่อสารที่ใช้ข่าวความคืบหน้าในการประมูล 3 จีเข้ามาเป็นตัวกระตุ้น โดยตลาด หลักทรัพย์ได้ติดตามการซื้อขายหุ้นตามปกติอยู่แล้ว หากพบว่ามีพฤติกรรมที่เข้าข่ายกระทำความผิดก็จะติดตามการซื้อขายของนักลงทุนกลุ่มนี้เป็นการเฉพาะ "ขณะนี้พบว่าการเข้ามาไล่ราคาหรือเก็งกำไรส่วนใหญ่เป็นการคาดการณ์อนาคต เช่น กรณี 3 จี ซึ่งผลยังไม่เกิดขึ้นและพื้นฐานของบริษัทยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จึงขอเตือนนักลงทุนให้ระมัดระวัง"

นายศักรินทร์ยังกล่าวถึงกรณีที่นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เข้ามาไล่ซื้อหุ้นจำนวนมากในช่วงนี้ว่า ไม่มีข้อห้ามให้ผู้บริหารซื้อหรือขายหุ้น แต่ต้องเปิดเผยการซื้อขายหุ้นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลัก ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แต่การซื้อขายหุ้นของผู้บริหารต้องไม่เป็นการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผยต่อนักลงทุนทั่วไปมาเป็นประโยชน์ (อินไซเดอร์ เทรดดิ้ง) หากภายหลังมีการเปิดเผยข้อมูลที่มีผลถึงการเปลี่ยนแปลงถึงสถานะของบริษัทที่มีนัยสำคัญ ก็ต้องกลับมาพิจารณาว่าผู้บริหารได้ใช้ ประโยชน์จากข้อมูลภายในนี้มาซื้อขายหุ้นหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่มสื่อสารวันที่ 26 ส.ค.ว่า ยังคงมีการซื้อขายเก็งกำไรกันอย่างคึกคัก แม้สุดท้ายจะมีการเทขายทำกำไรในหุ้น บมจ.ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY) และ JAS ขณะเดียวกันหุ้นตัวอื่นในกลุ่มสื่อสารยังคงปรับตัวขึ้นได้ รวมทั้ง บมจ.ทรู (TRUE) ซึ่งได้แจ้งตลาดฯปฏิเสธข่าวการหารือกับเทเลคอมมาเลเซีย หลังจากที่เทเลคอมมาเลเซียปฏิเสธการเข้าร่วมประมูล 3 จีในไทย โดยบทวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส คาดการณ์ว่า ทรู (TRUE), ดีแทค (DTAC), เอไอเอส (ADVANC) มีโอกาสชนะการประมูล เนื่องจากได้เปรียบทั้งฐานลูกค้าและแหล่งเงินทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด ก่อนที่จะมีการยื่นซองประมูล 3 จี ในวันที่ 30 ส.ค.นี้ นอกจากกลุ่มเทเลคอมมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นทุนต่างชาติที่แสดงท่าทีสนอกสนใจเข้าร่วมประมูล 3 จี มากสุดรายหนึ่งได้แถลงยืนยันไม่เข้าร่วมประมูล 3 จี ในไทยไปแล้วนั้น ยังคาดว่ากลุ่มทุนไทยที่ถูกมองว่าอาจมีศักยภาพในการจับมือพันธมิตรต่างชาติไม่ว่าจะเป็น บมจ.สามารถคอร์ป บมจ.จัสมิน และ บมจ.ล็อกซเล่ย์ ซึ่งแต่ละรายได้มารับแบบฟอร์มการประมูลไปก่อนหน้านี้แล้ว จะไม่มีใครเข้ามายื่นซองประมูลในวันที่ 30 ส.ค.นี้ ท่ามกลางข่าวทางฝั่งทุนต่างชาติที่ยังคงเงียบกริบเช่นเดิม ขณะที่ค่ายมือถือ 3 ราย เอไอเอส ดีแทค และทรู มีความพร้อมที่จะยื่นประมูลอย่างแน่นอน

ในวันเดียวกัน ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 ราย ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในสัญญาเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม (ค่าไอซี) ระหว่างกันในอัตรานาทีละ 50 สตางค์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ใช้บริการนอกจากค่าบริการจะถูกลงแล้ว ยังจะทำให้การติดต่อสื่อสารถึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ดูข้อมูลส่วนตัว http://wkks.thai-forum.net

ขึ้นไปข้างบน  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ